เมซุต โอซิล กองกลาง พรสวรรค์สูง ใน มุม ที่คุณ ไม่เคยรู้

เมซุต โอซิล กองกลาง พรสวรรค์สูง

มาทำความรู้จักกับ เมซุต โอซิล กองกลาง พรสวรรค์สูง ของ “ปืนใหญ่” ผู้ซึ่งเป็น เพลย์เมกเกอร์ จอม แอสซิส อันดับ 1 ของ อาร์เซน่อล ทั้งจ่าย ทั้งยิง รู้จักกันในนามว่า “เทพปรือ” มาดูกันว่า ผลงานของเขาไม่ใช่เล่นๆ และสำคัญต่อ กันเนอร์ มากแค่ไหน

เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ จอม แอสซิส

หากเอ่ยถึง เมซุต โอซิล อันดับแรกที่คุณนึกถึงคืออะไร เราเชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึงฉายาที่บรรดาแฟนบอลเรียกกันว่าเทพปรือเพราะจากภาพลักษณ์ของเจ้าตัว หรือจะเป็นเทพเจ้าแอสซิสต์ เพราะด้วยผลงานที่โดดเด่นในการรับและจ่ายลูกในตำแหน่ง Play maker ที่ถือว่าเขาเป็นนักเตะพรสวรรค์อีก 1 คนของฟุตบอลยุคใหม่

แต่คุณรู้หรือไม่ว่ากว่าเจ้าตัวจะมาถึงจุดที่หลายคนตั้งฉายาให้เขาเป็นเทพเจ้านั้นเขาเริ่มต้นจากไหนและผ่านอะไรกันมาบ้างเราลองมาทำความรู้จักกับบางมุมของ เมซุต โอซิล ว่ามีอะไรน่าสนใจนอกเหนือจากที่เราเคยรู้กันมา

5 สิ่งที่ ไม่เคยรู้ กับ เพลย์เมกเกอร์ จอม แอสซิส อันดับ 1 ของ อาร์เซน่อล

เมซุต โอซิล จอม แอสซิส อันดับ 1 ของ อาร์เซน่อล

1. เมซุต โอซิลนั้นเป็นนักเตะเยอรมันที่มีเชื้อสายตุรกีและนับถืออิสลาม นั่นเป็นเพราะต้นตระกูลของเขานั้นย้ายมาตั้งรกรากในเยอรมันเรียกได้ว่ามาแบบเสื่อผืนหมอนใบกันเลยทีเดียวตั้งแต่ช่วงปี1961 ก่อนเข้าจะถือกำเนิดขึ้นมา และเจ้าตัวเกิดที่เยอรมันในปี1988 และนั่นคือจุดกำเนิดของเทพเจ้าแอสซิสต์แห่งวงการฟุตบอล

เมซุต โอซิล นักเตะ เยาวชน ชาลเก้ 04

2. โอซิล สนใจ ฟุตบอล เหมือนกับเด็กผู้ชายทั่วไปแต่โอกาสของเจ้าตัวนั้น ก็คงจะดีกว่าคนอื่นเพราะทางครอบครัวนั้นสนับสนุนเต็มที่และได้เข้าอคาเดมี่ฟุตบอลตั้งแต่อายุเพียงแค่ 7 ปีเท่านั้นด้วยการเป็น นักฟุตบอล ฝึกหัด และเขาได้อยู่กับหลายสโมสรเพราะมีฟอร์มที่โดดเด่นทำให้หลายทีมนำตัวไปปั้น

จนกระทั่ง ชาลเก้ 04 คว้าตัวเขาไปร่วมทีมตั้งแต่เป็นนักเตะเยาวชนและดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ซึ่งตอนนั้นเขาอายุเพียง 17 ปีเท่านั้นแต่ก็ไม่ได้รับโอกาสมากนักเพราะยังมีรุ่นพี่คนดังของทีมประจำการอยู่จนในที่สุดปี 2008 เจ้าตัวก็ตัดสินใจย้ายมาสังกัดกับ แวร์เดอร์เบรเมน

เมซุต โอซิล แวร์เดอร์ เบรเมน

3.สโมสร แวร์เดอร์ เบรเมน ถือว่าเป็นสโมสรที่ทำให้โลกรู้จัก โอซิล เพราะที่นี่เขาฉายแววได้อย่างโดดเด่น ทำให้ถูกจับตามองว่าเป็นดาวรุ่งพรสวรรค์สูงของยุโรป ซึ่งตอนนั้นเจ้าตัวได้เล่นให้กับชุดใหญ่ของแวร์เดอร์เบรเมน ลงสนามไปทั้งหมด 108 นัดและทำไป 18 ประตูด้วยผลงานนี้ทำให้เขาได้รับโอกาสในการเข้าร่วมกับทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่และกับการรับใช้ทีมชาติอินทรีเหล็กเยอรมันนั้นเจ้าตรวจได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งหันหลังให้กับทีมชาติหลังจบเวิลด์คัพ 2018 ที่ผ่านมา

เมซุต โอซิล เรอัล มาดริด

4. เส้นทางการค้าแข้งอาชีพนั้น หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้ดีกับแวร์เดอร์เบรเมน ทำให้ทีมดังจาก ลาลีกา สเปน เรอัล มาดริด สนใจและคว้าตัวเข้ามาร่วมทัพซึ่งตอนนั้น เรอัล มาดริด ควักกระเป๋าในราคา 12.5 ล้านปอนด์เพื่อคว้าดาวรุ่งคนเก่งของยุโรปเข้ามาร่วมทัพ และชุดขาวก็ไม่ผิดหวังกับผลงานของเจ้าตัวที่รับใช้ต้นสังกัดอยู่ 3 ฤดูกาลทำประตูได้ 27 ประตูและแอสซิสต์ ถึง 68 ประตูจากการลงสนามกว่า 159 นัดและนั่นถือเป็นจุดกำเนิดของการฉายแววเป็นเทพเจ้าแอสซิตส์

เมซุต โอซิล เซ็นสัญญา อาร์เซนอล 2013

5.หลังจากนั้นเขาก็ถูกแมวมองของ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ในยุคสมัยของ อาร์แซน เวนเกอร์ ทาบทามเข้ามาหาความท้าทายใหม่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และเจ้าตัวก็ตอบตกลงซึ่งในช่วงฤดูกาล 2013 ที่เขาย้ายเข้ามากับทัพปืนใหญ่ อาร์เซนอล จนถึงปัจจุบันนี้

นั้นถือว่าเขาเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของไอ้ปืนโตเลยทีเดียวเพราะมาด้วยค่าตัว 42.5 ล้านปอนด์ และเขาถือว่าเป็นนักฟุตบอลเยอรมันคนที่ 4 ที่ย้ายเข้ามาสังกัดกับทัพปืนใหญ่ หลังจากก่อนหน้านี้มี เยน เลมัน / แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ และ ลูคัส โพโดลสกี้ เข้าร่วมทัพปืนใหญ่ อาร์เซนอล อยู่แล้ว

โอซิลมีอะไรให้ต้องรู้อีกเยอะ ที่นี่ โอซิล เจ้าแอสซิสต์ แห่งลีกอังกฤษ