เมซุต โอซิล นักเตะ อาเซ่นอล เทพเจ้า จอมแอสซิสต์ ทำสถิติ แอสซิสต์ เร็วสุด ใน พรีเมียร์ลีก

ประวัติ นักเตะ เมซุต โอซิล

สำหรับแฟนฟุตบอลไม่ว่าจะเป็น พรีเมียร์ลีกอังกฤษ หรือ ฟุตบอลทีมชาติ คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่รู้จัก เมซุต โอซิล กองกลาง หรือ เพลย์เมกเกอร์ นักเตะ อาเซ่นอล จอมแอสซิสต์ เร็วสุด ใน พรีเมียร์ลีก ที่เป็นคนสำคัญของทั้ง ทีมชาติเยอรมัน และ ทัพปืนใหญ่ แม้ว่าตอนนี้เจ้าตัวจะหันหลังให้กับทีมชาติอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม ด้วยผลงานที่ไม่ประสบความสำเร็จใน เวิลด์คัพ 2018 และดูเหมือนตอนนี้เจ้าตัวจะมีปัญหารุมเร้าหลายด้าน

ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันในโลกฟุตบอลอย่างมากไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่น หรือพฤติกรรมนอกสนามแต่สำหรับแฟนๆ เดอะกันเนอร์ส แล้วเขายังถือว่าเป็นแม่ทัพคนสำคัญ และได้รับการตอบรับจากกลุ่มแฟนบอลไอ้ปืนโตด้วยดีมาโดยตลอด ฟอร์มการเล่นของเขานั้นถือว่าเป็น กองกลางระดับเวิลด์คลาส แต่คุณรู้หรือไม่ว่ากว่าเขาจะมาถึงวันนี้ได้นั้นต้องผ่านอะไรมามากมาย ซึ่งเรามาทำความรู้จักเขากันดีกว่า

ประวัติ ความเป็นมา ของ เมซุส โอซิล นักเตะอาร์เซนอล จอมแอสซิสต์

เมซุต โอซิล เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมคริสต์ศักราช 1988 ที่เมือง Gelsenkirchen ในฝั่งเยอรมนีตะวันตก โดยพื้นฐานครอบครัวของเขานั้นอพยพมาจากตุรกีมาตั้งรกรากในเยอรมนี และเขาได้ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองนี้ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวนั้นมีอายุ 30 ปี แต่ก็ยังโลดแล่นค้าแข้งอยู่ในสังเวียนสีเขียวในตำแหน่ง มิดฟิลด์ หรือ กองกลางตัวรุก

ผู้เล่น อาร์เซนอล เมซุต โอซิล

เส้นทางการค้าแข้ง ของ โอซิล มิดฟิลด์ อาเซ่นอล

เมซุต โอซิล เริ่มต้นเข้าสู่วงการฟุตบอลเหมือนนักเตะคนอื่นๆ คือมาจาก Academy โดยเขาได้สังกัดกับหลายทีมในเยอรมันนีก่อนที่จะเป็น นักเตะอาชีพ โดยเริ่มจาก

  • ปี 1995–1998 Academy Westfalia 04 Gelsenkirchen
  • ปี 1998–1999 Academy Teutonia Schalke-Nord
  • ปี 1999–2000 Academy Falke Gelsenkirchen
  • ปี 2000–2005 Academy Rot-Weiss Essen
  • ปี 2005–2006 Academy elsenkirchen-Schalke 04

  • ก็ถือว่าในช่วงเยาวชนนั้นเขาค่อนข้างที่จะเติบโตกับหลายสโมสรเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ก่อนที่จะก้าวเข้ามาเป็นนักเตะอาชีพอย่างเต็มตัวโดยไล่มาตั้งแต่

  • ปี 2006–2008 Schalke 04 ลงสนาม 30 นัด ทำได้ 0 ประตู
  • ปี 2008–2010 Sportverein Werder Bremen ลงสนาม 71 นัด ทำได้ 13 ประตู
  • ปี 2010–2013 Real Madrid ลงสนาม 105 นัด ทำได้ 19 ประตู
  • ปี 2013–ปัจจุบัน Arsenal ลงสนาม 142 นัด ทำได้ 27 ประตู

  • ถือได้ว่าเส้นทางอาชีพของเขานั้นค่อนข้างที่จะน่าสนใจอยู่พอสมควร เพราะได้สังกัดทีมดังหลายทีมทั้งในเยอรมันและในลาลีกาสเปน ซึ่งการเข้ามาร่วมทีมของเขากับ ทัพปืนใหญ่ อาร์เซนอล นั้นเป็นการชักนำของ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือระดับตำนานของทีมที่ดึงตัวเขามาร่วมทัพตั้งแต่ปี 2013 และอยู่จนถึงปัจจุบัน

    แม้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเจ้าตัวจะมีข่าวคราวในแง่ลบและแง่บวก แต่เขาก็ถือว่าเป็นนักเตะอีกหนึ่งคนที่มีพรสวรรค์ และมีความสามารถในการสร้างสรรค์เกมรุก และได้รับ ฉายา เทพเจ้า จอมแอสซิสต์ แห่ง พรีเมียร์ลีก เลยทีเดียว และในส่วนของฟอร์มการเล่นของเขานั้น ก็ถือว่าช่วงพีคสุดๆ และโชว์ฟอร์มได้ดีนั้นอยู่ในช่วงปี 2015-2016 กับ อาร์เซนอล และเจ้าตัวได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม จากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพพีอีเอในฤดูกาลนี้ด้วย ซึ่งนั่นเป็นเพราะเขาสามารถนำ ทัพปืนใหญ่ อาร์เซนอล ลงสนามในสังเวียน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาล 2015-2016 ที่สามารถเอาชนะยักษ์ใหญ่จากบุนเดสลีกาเยอรมัน อย่าง บาเยิร์น มิวนิคได้สำเร็จ และเขาเป็นกำลังสำคัญในฤดูกาลนั้นอย่างชัดเจน

    และสำหรับ ฉายา เทพเจ้า แอสซิสต์ แห่งพรีเมียร์ลีก นั้นบอกได้เลยว่าไม่ได้ตั้งการเล่นๆ แน่นอน เพราะในช่วงพีคนั้นขาถือว่าเป็น นักเตะที่ทำ แอสซิสต์ ได้มากที่สุด ในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก โดยในฤดูกาล 2015-2016 เจ้าตัวลงสนามไป 57 นัดทำแอสซิสต์ 21 ครั้งและเป็นการทำสถิติด้วยสกอร์นี้ติดต่อกันถึง 10 ครั้ง ทำให้เขาสามารถทำลายสถิติที่ เอริค คันโตน่า เคยทำไว้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงได้สำเร็จ

    ผู้เล่น อาร์เซนอล เมซุต โอซิล

    อนาคต การค้าแข้ง ของ โอซิล กับ สโมสรอาร์เซนอล ที่เริ่มไม่แน่นอน

    และแม้ว่าในฤดูกาลนี้ มิดฟิลด์ อาเซนอล รายนี้ จะประสบปัญหา ทั้งใน และ นอกสนาม เพราะทัพ ปืนใหญ่ Arsenal เองก็มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจาก อาร์เซน เวนเกอร์ มาเป็น อูไน เอเมรี และในฤดูกาลนี้แม้ว่าเขาจะได้รับบทบาทกัปตัน รวมถึงได้ลงสนามเป็นตัวจริงหลายนัด แต่ก็ถูกดรอปด้วยการเป็นตัวสำรองในบางนัด จนบรรดากูรูจากฝั่งอังกฤษมองว่าเขาไม่ลงรอยกับ กุนซือคนใหม่

    แต่ทั้งเจ้าตัวและกุนซือเอง ออกมาปฏิเสธข่าวอย่างหนักแน่นว่า เป็นเพราะความเหมาะสมในเกม อีกทั้งเจ้าตัวเองยังมีปัญหาในเรื่องของการบาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งในฤดูกาลก่อนหน้านี้เขาเคยประสบปัญหาจนต้องพักยาวมาเกือบทั้งฤดูกาลแล้ว ในสมัยที่ อาร์เซน เวนเกอร์ ยังเป็น ผู้จัดการทีม อยู่ และหลังจากพักฟื้นอาการบาดเจ็บกลับมาเจ้าตัวเองก็ยังไม่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องมากนัก จนกระทั่ง เวนเกอร์ ได้ย้ายออกจากทีมไป

    หลังจากนี้เราก็ต้องมาดูกันว่า เจ้าของ ฉายา เทพเจ้า แอสซิสต์ แห่งพรีเมียร์ ลีกจะยังฉายแววโดดเด่นเป็นกำลังสำคัญในตำแหน่งกองกลางตัวรุกของ ทีมอาร์เซนอล อยู่หรือไม่ เพราะดูเหมือน กุนซือคนใหม่ ของทีมนั้นจะมีตัวเลือกที่ค่อนข้างหลากหลาย และมีแผนการเล่นที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างเยอะ

    ดังนั้นขาอาจจะถูกลดบทบาทลง เพราะมีคลื่นลูกใหม่เข้ามาแทนที่ แต่เส้นทางได้สังเวียนสีเขียวของเขานั้นก็ยังไม่ปิดตาย และแม้ว่าการหันหลังให้กับทัพอินทรีเหล็กเยอรมันจะทำให้หลายฝ่ายมองว่าส่งผลกระทบกับทีมชาติอย่างหนัก แต่ทุกอย่างก็อยู่ที่การตัดสินใจของเขา เราก็ต้องมาดูกันว่าหลังจากนี้เส้นทางบนสังเวียนสีเขียวของเขาจะเป็นไปในทิศทางไหนและหลังจบฤดูกาล 2018 - 2019 แล้วเจ้าตัวยังจะอยู่กับ ทัพปืนใหญ่ ต่อไปอีกหรือไม่ คงต้องรอติดตามกันได้ที่นี่