โปรเจกต์ บริติช คอร์ ความล้มเหลว ของ นักเตะ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ตอนนี้ พวกเขา เป็นอย่างไร กันบ้าง

โปรเจ็กต์ บริติช คอร์ เดอะกันเนอร์


สำหรับแฟนบอล ปืนใหญ่ อาร์เซนอล คงจำกันได้ดีถึง โปรเจกต์ บริติช คอร์ ที่ อาร์เซน เวนเกอร์ อดีตผู้จัดการทีม อาเซ่นอล ได้ทำการผุดขึ้นโปรเจกต์นี้ขึ้นมา ในฤดูกาล 2012-2013 เป็นการสร้าง ทีมอาร์เซนอล โดยใช้ นักเตะสายเลือดบริติช หรือ สหราชอาณาจักร เป็นแกนหลักของทีม

ซึ่ง ณ เวลานั้น ดูเหมือนจะเข้าท่า และดูมีอนาคต เพราะ ทีมปืนใหญ่ มีดาวรุ่งฝีเท้าเยี่ยมสายเลือดบริติช ที่พร้อมจะพัฒนาฝีเท้าไปสู่ระดับโลกขึ้นมาพร้อมกันถึง 6 คนประกอบด้วย แจ็ค วิลเชียร์ (อังกฤษ) อายุ 21 ปี , คีแรน กิ๊บส์ (อังกฤษ) อายุ 23 ปี , คาร์ล เจนกินสัน (อังกฤษ) อายุ 21 ปี , อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน (อังกฤษ) อายุ 19 ปี , ธีโอ วัลคอตต์ (อังกฤษ) อายุ 24 ปี และ อารอน แรมซีย์ (เวลส์) อายุ 22 ปี

ซึ่งถ้าหาก โปรเจกต์บริติช คอร์ นี้สำเร็จคงจะเป็นประโยชน์ต่อ ทีมชาติอังกฤษ และ แฟนบอลอาร์เซนอล ในท้องถิ่นโดยตรง ซึ่งโปรเจกต์นี้ได้สร้างความพึงพอใจให้กับ เอฟเอ และแฟนบอลชาวอังกฤษเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าเกิดประสบความสำเร็จขึ้นมา พวกเขาคงอยากขอบคุณ เวนเกอร์ อยู่ไม่น้อย โดย สโมสรอาร์เซนอล ได้มีการ โปรโมทโปรเจกต์นี้กันอยู่พอสมควร ในช่วงก่อนเริ่มฤดูกาล 2013-2014

แข้งบริติช คอร์


แต่ทว่า 6 ปีผ่านไป ในฤดูกาล 2018-2019 โปรเจกต์บริติช คอร์ กลับพังไม่เป็นท่า นักเตะอาร์เซนอล ทั้ง 6 คน ไม่มีใครสามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาถึงระดับโลกได้แม้แต่คนเดียว อย่าว่าแต่ระดับโลกเลย เป็นตัวหลักของ ทีมอาเซ่นอล ก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ โดยทุกคนล้วนโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่ตลอด จนทำให้โอกาสในการพัฒนาฝีเท้าต้องหยุดชะงักลง โดย แข้งปืนใหญ่ 4 ใน 6 คน ต้องย้ายไปอยู่กับสโมสรอื่น อีก 2 คนที่เหลือยังคงอยู่กับ สโมสรอาร์เซนอล แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวหลักของ ทีมชุดปัจจุบัน

ซึ่งดูเหมือนว่าอนาคตของ นักเตะอาเซ่นอล ทั้ง 2 คนในถิ่น เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ก็กำลังจะจบลงในไม่ช้า และวันนี้เราจึงอยากพาทุกคนมาทำความรู้จัก และดูว่า อดีตเหล่า แข้งบริติช คอร์ ของ ไอ้ปืนใหญ่ ณ ปัจจุบันนี้ พวกเขามีเส้นทางในสายอาชีพนี้ เป็นอย่างไร และตลอด 6 ปีที่ผ่านมา พวกเขาต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ซึ่งถ้าทุกท่านพร้อมแล้วตามเรา ไปดูกันเลย

ส่อง 6 แข้งบริติช คอร์ กับ เส้นทางการค้าแข้ง ใน อาเซ่นอล

1. ธีโอ วัลคอตต์

โปรเจกต์ บริติช คอร์


ฉายา ดาวรุ่งตลอดกาล ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ วัลคอตต์ คือ ผู้เล่นอาเซ่นอล ที่มีอายุมากที่สุดในเหล่า แข้งบริติช คอร์ ทั้งหมด ซึ่งฟอร์มการเล่นของเขาตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่อยู่กับ สโมสรอาร์เซนอล เรียกได้ว่า วันแรกมาอย่างไร วันที่ออกไปก็ยังอย่างนั้น ฝีเท้าของเขาแทบไม่มีการพัฒนาอะไรเลย จากตอนแรกที่เขาเป็นดาวรุ่ง มีฝีเท้าความเร็วสูง อนาคตไกล กลายเป็นว่าดูเป็นนักเตะธรรมดาไปเลย ที่มีดีแค่ความเร็ว เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาก็เคยมีช่วงเวลาที่ดีกับทีมอยู่บ้าง

แต่อาการบาดเจ็บ ก็ทำให้เขาไปได้ไม่สุด ซึ่งใน ฤดูกาล 2017-2018 เป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับทีม และด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ เขาแทบไม่ได้รับโอกาสให้ลงสนามเท่าที่ควร แม้กระทั่งฐานะ นักเตะ อาเซ่นอล ตัวสำรอง ก็ตาม จนสุดท้ายเขาต้องเก็บข้าวของย้ายไปอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ในตลาดหน้าหนาว 2017-2018 ซึ่งในปัจจุบัน วัลคอตต์ ในวัย 29 ปี กลับมามีเส้นทางอาชีพที่ดีอีกครั้ง โดยเป็นกำลังหลักของทีม ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน และได้รับโอกาสให้ลงสนามเป็นตัวจริงให้กับทีมครบทั้ง 13 นัดในลีก ภายใต้การคุมทีมของ มาร์โก ซิลวา

2. คีแรน กิ๊บส์

โปรเจกต์ บริติช คอร์ อาร์เซนอล


หลังจากที่ กาแอล กลีชี่ ย้ายออกไป กิ๊บส์ ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็น แบ็คซ้ายตัวจริงของทีม ซึ่งผลงานของเขาก็ไม่ได้โดดเด่นมากนัก บวกกับมีอาการบาดเจ็บรบกวนมาตลอด ทำให้ถูก นาโช่ มอนเรอัล แบ็คซ้ายชาวสปนิช ยึดตำแหน่งตัวจริงไปครอง แถมยังโชว์ฟอร์มได้ดีอีกด้วย และเมื่อ คีแรน กิ๊บส์ ได้รับโอกาสให้ลงสนาม เขาก็ยังคทำได้ไม่ดีพอ มีข้อผิดพลาดให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง สุดท้ายการมาของ เซอัด โคลาซินัค ในฤดูกาล 2017-2018 ทำให้เส้นทางของเขากับ Arsenal ต้องจบลง กิ๊บส์ ในวัย 29 ปี ต้องย้ายออกจากถิ่นเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ไปอยู่กับ เวสต์บรอม อัลเบี้ยน โดยในปีแรกที่เขาย้ายไปร่วมทีมปีนั้น เวสต์บรอมฯ จบในอันดับที่ 20 ร่วงลงสู่ แชมเปี้ยนชิพ และในตอนนี้ทีมของเขาก็กำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อกลับเข้ามาสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง โดยอยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนน

3. อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน

นักเตะอาร์เซนอล


ปีกดาวรุ่ง ทีมชาติอังกฤษ ที่ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาอยู่กับ ทีมอาเซ่นอล ในฤดูกาล 2011-2012 ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี เขามีร่างกายที่แข็งแกร่ง มีสปีดที่รวดเร็ว และมีทักษะอันยอดเยี่ยม ผ่านบอลได้ดี แต่น่าเสียดายที่ ดิ อ๊อกซ์ กลับถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้พัฒนาการด้านฝีเท้าของเขาไม่ต่อเนื่อง จนถึงฤดูกาล 2016-2017 ที่ดูเหมือนว่าเขาจะสลัดอาการบาดเจ็บทิ้งไปได้ ทำให้มีโอกาสลงสนามให้กับทีมมากขึ้น

อีกทั้ง อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน ยังสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีอีกด้วย แต่ติดตรงที่ อาร์เซน เวนเกอร์ อดีตผู้จัดการทีม มักจับเขาไปเล่นในตำแหน่งที่เขาไม่ถนัด ประกอบกับที่เขาเริ่มอยากที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ แชมเบอร์เลน จึงตัดสินย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงตลาดซัมเมอร์ฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่เขากำลังทำผลงานได้ดี และเป็นกำลังหลักให้กับทีม หงส์แดง อีกด้วย แต่แล้วอาการบาดเจ็บก็ได้หวนกลับมาหา ปีกทีมชาติอังกฤษ อีกครั้ง โดยในครั้งนี้เป็นอาการบาดเจ็บที่รุนแรงที่สุด ซึ่งคาดว่าเขาจะพลาดโอกาสลงสนามตลอดทั้งฤดูกาล 2018-2019 และจะกลับมาได้ในช่วงเปิดฤดูกาล 2019-2020

4. แจ็ค วิลเชียร์

นักเตะอาเซ่นอล


วิลเชียร์ เป็น แข้งลูกหม้อ ของทีม อย่างแท้จริง เขาเติบโตขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของอาร์เซนอล ก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ในปี 2008 และพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเป็นตัวหลักได้ในปี 2010 จากฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของเขา และยังได้ชื่อว่าเป็น ดาวรุ่งพรสวรรค์สูงที่สุดของอังกฤษในรอบหลายปี บวกกับบุคลิกความเป็นผู้นำ ทำให้เขาได้รับการคาดหวังจากเหล่าบรรดาแฟนบอล ปืนใหญ่ ว่านี่แหละคือว่าที่ กัปตันทีมอาร์เซนอล ยุคใหม่

แต่แล้วอาการบาดเจ็บก็ได้ทำลายพรสวรรค์เหล่านี้ลงอย่างราบคาบ แจ็ค วิลเชียร์ มีอาการบาดเจ็บรบกวนมาตลอดตั้งแต่ฤดูกาล 2011-2012 จนทำให้เขาไม่มีโอกาสลงสนามมากเท่าที่ควร สุดท้ายว่าที่อนาคต กัปตันปืนใหญ่ กลังต้องย้ายออกจากสโมสรไปอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดซัมเมอร์ ฤดูกาล 2018-2019 ซึ่งปัจจุบันนี้ วิลเชียร์ ลงสนามให้กับ เวส์แฮมยูไนเต็ด ไปเพียงแค่ 4 นัด เนื่องจากได้รับอาการบาดเจ็บ และกำลังอยู่ในช่วงรักษาตัว

5. คาร์ล เจนกินสัน

ปืนใหญ่ อาร์เซนอล


เจนกินสัน คือ 1 ใน 2 คน ที่ยังอยู่กับทีมในตอนนี้ ย้ายมาอยู่กับ อาร์เซนอล ตั้งแต่ปี 2011 แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่ได้โดดเด่นมากนัก บวกกับได้รับอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เขามักถูกส่งตัวไปให้ทีมอื่นยืมใช้งานอยู่เสมอ จนไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ของอาร์เซนอล ได้เสียที

และปัจจุบัน เจนกินสัน ในวัย 26 ปี ยังคงอยู่ใน ทีมชุดใหญ่ ของสโมสรอยู่ ภายใต้การทำทีมของ อูไน เอเมรี่ ผู้จัดการทีม คนใหม่ ซึ่งโอกาสในการลงสนามของเขานั้นก็ดูจะน้อยเหลือเกิน โดยได้รับโอกาสให้ลงสนามเพียงแค่ 1 นัดเท่านั้นกับเกม ยูโรป้า ลีก ซึ่งอนาคตของ เจนกินสัน กับ ทีมปืนใหญ่ คงจะถึงทางตันในอีกไม่นาน

6. อารอน แรมซีย์

นักเตะปืนใหญ่


แรมซีย์ คือ นักเตะอาร์เซนอล ผู้ประสบความสำเร็จ กับ ทีมมากที่สุด ในบรรดา แข้งบริติช คอร์ ทั้งหมด โดย แรมซีย์ ย้ายมาอยู่กับ สโมสร ในปี 2008 ซึ่งในช่วงแรกเขามักถูกปล่อยให้ทีมอื่นยืมใช้งาน และในฤดูกาล 2009-2010 เขาได้รับบาดเจ็บจากอาการขาหักจนต้องพักยาว ซึ่งในครั้งนั้นไม่มีใครคิดว่าเขาจะกลับมาเล่นได้ดีอีกแล้ว แต่ทว่าในฤดูกาล 2013-2104 แรมซีย์ กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นปีที่ดีสุดในชีวิตการค้าแข้งของเขาเลยก็ว่าได้ ทำให้เหล่าสาวก กูนเนอร์ส กลับมามีความหวังในตัว แรมซีย์ อีกครั้ง และหลังจากนั้นเขาได้เป็นกำลังหลักให้กับทีมมาโดยตลอด ภายใต้การทำทีมของ อาร์เซน เวนเกอร์

แต่น่าแปลกที่ แรมซีย์ ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเทพอย่างเช่นฤดูกาลนั้นออกมาได้เลย นอกจากนั้นฟอร์มของเขายังค่อยๆ ตกลงเรื่อยๆ จนกระทั่งในปัจจุบัน ยุคการคุมทีมของ อูไน เอเมรี่ เป็นที่แน่นอนแล้วว่า แรมซีย์ จะอยู่กับทีมเป็นฤดูกาลสุดท้าย หลังจากที่ปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่ที่ได้รับ ซึ่งการย้ายทีมของ แรมซีย์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จึงเป็นการปิดฉาก โปรเจกต์ บริติช คอร์ ของ เวนเกอร์ ลงอย่างสมบูรณ์แบบ

ซึ่งทั้งหมดนี้ คือ 6 แข้งบริติช คอร์ ที่ในตอนนี้ หลายๆ คนได้กลายมาเป็น อดีตผู้เล่น อาเซนอล และบางคน กำลังจะกลายเป็น อดีตนักเตะ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองว่า 2 แข้ง กันเนอร์ สุดท้าย ที่หลงเหลืออยู่นั้น บทสรุปจะลงเอ่ย ด้วยการ ย้ายทีม เหมือนเช่น 4 แข้งปืนใหญ่ก่อนหน้านี้อย่างแน่นอนหรือไม่ ซึ่งเราคงต้องรอบทสรุปที่แน่ชัดอีกครั้งในเร็วๆ นี้